อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม

อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม เชื่อว่าคนไม่ใช่น้อยที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของกิจการ

อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม ให้ได้สักครั้งในชีวิต ต้องการจะสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง… เพื่อขายของที่ตนชื่นชอบแล้วก็พึงพอใจ ยังวนเวียนอยู่กับความนึกคิดที่ว่า “เป็นเจ้าแบรนด์เองนั้นทำยาก” “ไม่รู้จักขั้นตอน” หรือ “ไม่รู้เรื่องจะเริ่มที่ไหนดี” จนไม่ได้เริ่มต้นจริงๆจังๆกันพลาดท่า เพื่อช่วยทำให้คุณได้ “เริ่ม” กันได้แล้วก็ไขปัญหาเพื่อก้าวสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์ สินค้าในหมวดเครื่องแต่งหน้า LocoPack พวกเราได้กระทำการค้นหาและรวบรวมมาให้ท่านกันแล้วครับ กับบทสรุป 10 ขั้นตอนง่าย สู่การเป็นเจ้าแบรนด์เครื่องสำอาง

1. คิดแผนภาพรวมวางแผนกว้างๆกันก่อนขอรับ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกไม่ถูก ด้วยเหตุว่าสเต็ปแรกสุดนี้เป็นเพียงแต่การวางแผนในภาพรวมที่สามารถปรับเปลี่ยนกันได้ในขั้นตอนต่อไป ซึ่งในขั้นตอนนี้ขอให้คุณได้ทดลองคิด หรือจดโน๊ตย่อสั้นๆออกมากันก่อนว่าอยากขายสินค้าจำพวกไหน มีความสะดุดตาในด้านใด อยากขายสินค้าแก่ลูกค้ากรุ๊ปใด โดยบางทีอาจอิงเอาจากผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองพอใจ ติดอกติดใจ หรือมองว่าได้โอกาสเติบโต ยิ่งกว่านั้นอย่าลืมวางแผนเรื่องทุนไว้คร่าวๆเพราะเหตุว่าขั้นตอนต่อๆไป ควรต้องนำเรื่องเงินลงทุนที่คิดแผนไว้มาประกอบกิจการพินิจพิเคราะห์

2. ศึกษาโอกาสความน่าจะเป็นไปได้ด้วยตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องเวลา เงินที่บางทีอาจเสียไปหากผลิตภัณฑ์ที่คิดไว้ไม่เวิร์ค ไม่เป็นที่ต้องการ คุณก็จำเป็นจะทำการศึกษาช่องทางความน่าจะเป็นไปได้ดูกันก่อน อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม  ก่อนจะฝ่าต่อในสเต็ปต่อไป ซึ่งขั้นตอนนี้ก็ไม่ยากครับผม ทดลองเข้าไปสัมผัสกับกรุ๊ปผลิตภัณฑ์ และก็ตลาดลูกค้าของโปรดักส์ที่คุณมุ่งหมายจะขาย ยกตัวอย่างเช่น อยากขายลิปสติกให้กับกลุ่มนิสิต หรือสาวๆวัยทำงาน ก็ลองส่องมองกันหน่อยไม๊ แต่ว่าล่ะแบรนด์ที่จำหน่ายลิปสติกเขากำหนดราคาไว้อย่างไร มีข้อดีจุดอ่อน หรือใช้วิถีทางใดเป็นช่องทางสำหรับการจำหน่าย หรือแม้ต้องการขายครีม สินค้าสรับประทานสนใจเพื่อการบำรุงผิว การศึกษาตลาด ดู “เทรนด์” กันก่อน ขณะนี้วัตถุดิบ หรือสารประกอบตัวใดที่กำลังได้รับความนิยม

3. รีเสริชข้อมูล หาผู้ผลิตถือเป็นจังหวะที่ดีของผู้อยากสร้างแบรนด์ของตนเอง เนื่องจากในตอนนี้ที่โรงงาน ผู้ผลิตเครื่องแต่งตัว รวมทั้งสกินห่วงใยมากมายหลายแห่ง แต่ละที่มีบริการที่ต่างๆนาๆ บ้างรับผลิต คิดค้นสูตร บ้างมีแพคเกจเพื่อการสร้าง ดีไซน์ผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงทำมาร์เกตติ้งให้พร้อมสรรพ แต่ก่อนจะเลือกโรงงานใดโรงงานหนึ่งเพื่อผลิตสินค้าให้กับคุณ LocoPack ก็ต้องชี้แนะกันก่อนว่า ให้คุณศึกษาเล่าเรียนข้อมูล ตรวจทานรีวิว ความคิดเห็นของลูกค้าเก่าๆของแต่ละโรงงานกันก่อนให้ครบถ้วนบริบูรณ์ เพื่อมองหาผู้ให้บริการที่สมควรตรงดวงใจ

4. เลือกโรงงานที่ไว้ใจนอกเหนือจากไตร่ตรองจากประสบการณ์ รีวิว ความคิดเห็นของลูกค้าเก่าๆของแต่ละโรงงานแล้วนั้น สำหรับในการตกลงใจเลือกผู้สร้าง คุณต้องไม่ลืมเลือนที่จะพิจารณาถึง ราคา ความปลอดภัย และก็มาตรฐาน โดยควรที่จะทำการเลือกเฉพาะโรงงานที่ตามมาตรฐาน มีใบอนุญาตการจัดตั้ง ผ่านมาตรฐาน ISO เพื่อมั่นใจได้ว่าผู้สร้างที่คุณเลือกใช้บริการ นั้นสามารถไว้วางใจ และผลิตผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพให้คุณได้ได้ นอกเหนือจากนี้คุณอาจติดต่อกับโรงงานผู้ผลิตเพื่อสอบถามข้อมูล แล้วก็ราคา โดยคำถามที่คุณควรจะถามก็ได้แก่ ขอบเขตการให้บริการ ขั้นตอนของออร์เดอร์การผลิต ราคาต่อหน่วย ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการให้บริการเสริมอื่นๆเช่น การขึ้นทะเบียนอ.ย. ไปจนกระทั่งแนวทางการจัดส่งผลิตภัณฑ์

5. เลือก สูตร ผลิตภัณฑ์มาถึงขั้นตอนสำคัญ

เพื่อสร้างโปรดักส์ปัง เมื่อทำการเลือก “โรงงาน” กันได้แล้ว คุณก็จะต้องกระทำการติดต่อ หรือเดินทางไปยังโรงงานเพื่อเลือก “สูตร” ที่เหมาะสม โดยโรงงานผู้ผลิตส่วนมากมักมีสูตรมาตรฐานไว้อยู่แล้ว สำหรับเครื่องแต่งตัวแล้วก็สรับประทานแคร์ชนิดต่างๆซึ่งแม้สูตรพวกนั้นตรงใจ ก็สามารถสั่งผลิตได้เลยโดยทันที แต่ถ้าคุณอยากได้สูตรของผลิตภัณฑ์ที่ผิดแผกแตกต่าง หรือโดดเด่นกว่าสูตรมาตรฐานที่มีอยู่ ก็สามารถคุยกับผู้ผลิต เพื่อปรับปรุงสูตรกันได้

ต้องการเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม ทำยังไงสร้างแบรนด์ครีมลงทุนมากแค่ไหน 2564เชื่อว่านี่คือเป็นคำถามของหลายท่านที่อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม ความเป็นจริงแล้วการสร้างแบรนด์ครีมไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากเพียงแค่คุณระบุฐานลูกค้า

ลักษณะของแบรนด์ที่สื่อความเป็นคุณ ดีไซน์โลโก้ หลังจากนั้นให้ติดต่อโรงงานผลิตครีมซึ่งสามารถผลิตครีมแบบที่คุณต้องการก็สามารถเป็นเจ้าของแบรนด์ครีมได้แล้ว แม้กระนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นเป็น เมื่อพวกเราเป็นเจ้าของแบรนด์ครีมแล้ว พวกเราจะทำยังไง วันนี้ผมจะมาเสนอแนะวิธีการสร้างแบรนด์ครีม ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสินค้าออกสู่ตลาด อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม  เพื่อที่คนที่ต้องการเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม หรืออยากมีแบรนด์ครีมเป็นของตัวเองได้ใช้เป็นแนวทางในการสร้างธุรกิจ หารายได้เสริมกันขั้นตอนที่ 1 คิดแบรนด์ครีมที่ใช่ อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม สร้างแบรนด์ครีมที่คนชอบต้องการเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม จะต้องสร้างแบรนด์ให้เด่นหนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดของการสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง

อาจหนีไม่พ้นการสร้างแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เด่น เพราะในตลาดมีแบรนด์เกิดใหม่มากมายหลายร้อยหลายพันแบรนด์ในทุกวัน โจทย์จึงมีอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้แบรนด์ของพวกเราได้รับความพอใจจากผู้คนภายในระยะเวลาอันสั้น

เนื่องจากว่าช่วงเวลาที่แบรนด์ของพวกเราจะ ‘สะดุดตา’ ลูกค้านั้นนับวันยิ่งสั้นลงเรื่อยเหลือเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น การสร้างแบรนด์ครีมให้บรรลุเป้าหมายจึงจำต้องให้ความเอาใจใส่กับ ‘ความไม่เหมือน’ ตั้งแต่แรกเริ่ม ทั้งชื่อแบรนด์ โลโก้ รวมทั้งธีมหรือลักษณะสำคัญของแบรนด์ แม้กระนั้นก็คงจะไม่แตกต่างหรือล้ำมากมายจนกระทั่งเข้าใจยากเกินไป เนื่องจากอย่าลืมว่าถึงแม้ว่าแบรนด์พวกเราจะมีแนวความคิดที่ล้ำสมัยหรือเข้าทำนอง Avant-garde แม้กระนั้นลูกค้าของเราก็คือคนธรรมดาทั่วไปที่มิได้ต้องการครีมที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนมากไปกว่าผลสรุปที่ทำให้ผิวพรรณดีขึ้น ด้วยเหตุนี้ การคิดแบรนด์จำเป็นต้องเน้นย้ำความง่าย แม้กระนั้นสะดุดตาเข้าไว้

ครีม เป็นเยี่ยมในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงผิว

ต่างๆเยอะมากไม่ว่าจะเป็น ครีมผิวขาว ครีมลดลางเลือนริ้วรอย ครีมลดฝ้า เพื่อผิวพรรณในส่วนต่างๆของร่างกายนั้นดียิ่งขึ้น ก็เลยทำให้มีธุรกิจเกี่ยวครีมหรือสินค้าสำหรับการดูแลรักษาผิวต่างๆเกิดขึ้นมาอย่างมากมาย และก็มีผู้คนหลายคนที่อยากจะมีแบรนด์ครีมเป็นของตนเอง ใช้เอง ขายเอง แม้กระนั้นไม่มีข้อมูลไหมรู้ดีว่าจะเริ่มต้นยังไงดี โดยในวันนี้ทางโควิกก็ได้มีแนวทางสำหรับการผลิตครีมมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันขอบเขตของแบรนด์ในขั้นแรกพวกเราต้องระบุขอบเขตของแบรนด์กันก่อนว่าอยากให้แบรนด์ไปไหนแนวทางไหน

มีผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง จะมีสินค้าย่อยหรือเปล่า กรุ๊ปลูกค้าของแบรนด์จะเป็นแนวไหน จะผลิตเองหรือว่าจ้างโรงงานผลิต เพื่อเห็นทิศทางของแบรนด์ได้อย่างเห็นได้ชัดเพิ่มมากขึ้นเลือกที่ตั้งโรงงานหรือเลือกโรงงานรับผลิตครีมหากเจ้าของแบรนด์นั้นมีเงินลงทุนที่มากพอที่จะสร้างโรงงานและก็ดูอนาคตของแบรนด์ไปในทิศทางที่ยาวไกลชี้แนะให้สร้างโรงงานเล็กๆขึ้นมาก่อนแล้วค่อยขยายตามการขยายตัวของแบรนด์ แม้กระนั้นหากมีเงินทุนน้อย ซึ่งน้อยเกินไปสำหรับเพื่อการสร้างโรงงานเอง

ก็สามารถว่าจ้างโรงงานที่รับผลิตครีมให้ผลิตสินค้าออกมาให้ก็ได้ แต่สำหรับการว่าจ้างโรงงานนั้นจะต้องดูและพิเคราะห์โรงงานผลิตครีมที่ตามมาตรฐานรองรับ เพื่อให้ได้สินค้าที่ตามมาตรฐานพร้อมออกวางขายกลุ่มสินค้าที่อยากได้ผลิตพวกเราต้องมากำครั้งดกันว่าผลิตครีมหรือผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงรักษาผิวกลุ่มไหน ตัวอย่างเช่น ครีมบำรุงหน้า ครีมกันแดด ครีมลดฝ้า กระจุดด่างดำ โฟมเจลล้างหน้าล้างตา เจลล้างมือ ครีมบำรุงใต้ดวงตา โดยสินค้าที่อยากได้ผลิตนั้นจำเป็นต้องอ้างอิงจากปัญหาจำนวนมากที่กรุ๊ปลูกค้าเผชิญ

เพื่อเกิดผลลัพธ์ที่ดีและส่งผลให้เกิดยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นวิจัย ปรับปรุง คิดค้นสูตรข้อนี้นั้นจะเป็นข้อที่สำคัญที่สุดเพราะจะก่อให้แบรนด์นั้นไม่เหมือนกับแบรนด์อื่นๆโดยโรงงานรับผลิตครีมนั้นจะมีทีมวิจัยและก็พัฒนาสูตร หรือที่เรียกว่าทีม R&D เพื่อปฏิบัติหน้าที่สำหรับเพื่อการคิดค้นและจัดทำสูตรเจ้าตำรับ ที่เหมาะสมกับความจำเป็นของลูกค้า โดยในแต่ละแบรนด์ก็จะสูตรลับเฉพาะที่เป็นสูตรของตนเองกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นผู้คิดค้นสูตรควรจะมีความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนประกอบในสูตรว่า มีหน้าที่อะไร มีคุณลักษณะอย่างไร จะต้องใช้รูปร่างมากแค่ไหนสำหรับการผสม และก็ปรับปรุงสูตรให้สมควรอีกทั้งคุณภาพ สี กลิ่น ก่อนจะเริ่มผลิตจริง

 

ขั้นตอนการผลิตกรรมวิธีการผลิต

นั้นจะต้องมีการควบคุมการสร้างให้เป็นตามวิธีที่กำหนด ควรมีการควบคุมตัวแปรต่างๆให้เหมาะสม ดังเช่น การปนเปื้อนของเชื้อ ความชื้น ความคงตัว รวมทั้งอื่นๆอีกมายมาก ซึ่งควรต้องระวังมากสำหรับโรงงานที่เป็นของตนเอง แต่ถ้าหากว่าจ้างโรงงานผลิตครีมที่ได้มาตรฐานผลิตนั้นก็สามารถวางใจได้ส่วนหนึ่งส่วนใด เพราะเหตุว่าโรงงานพวกนี้จะมีการตรวจดูกระบวนการผลิตอยู่แล้วการควบคุมคุณภาพเมื่อกระทำการผลิตครีมเพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยสิ้นแล้ว ควรจะมีการ QC หรือการตรวจทานคุณภาพ

โดยจะมีต้องวิเคราะห์คุณสมบัติด้านนอก ลักษณะทางกายภาพ รวมทั้งลักษณะทางเคมีของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสี กลิ่น เนื้อ ความสะอาด การปนเปื้อนของเชื้อ และอีกเยอะแยะ เพื่อให้สินค้าออกมามีคุณภาพพร้อมจัดจำหน่ายการบรรจุเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ลืมไม่ได้ เพราะว่าการบรรจุภัณฑ์ที่ดี การล้างขวดด้วยระบบไอน้ำ การอบแห้งด้วยตู้อบลมร้อน Hot Air Oven รวมทั้งการบรรจุด้วยเคล็ดวิธีที่ไม่มีเชื้อ Sterile Technique นับเป็นสาระสำคัญในขั้นตอนการผลิตขั้นตอนหนึ่ง เพราะเหตุว่าจะก่อให้ครีมไม่มีการปนเปื้อน

ทำให้สามารถรักษาครีมได้อย่างมีคุณภาพ รวมทั้งแก่การใช้งานมากขึ้นการจดแจ้งเลข อย.การจดเลข อย. นั้นจะทำให้สินค้าของเราตามมาตรฐานมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ที่พอใจสามารถซื้อได้อย่างไม่ลังเลเพราะเหตุว่าสินค้าได้รับการเขียนเลข อย. อย่างถูกตามกฎหมาย

วิธีการตั้งชื่อแบรนด์ให้ปังการมีแบรนด์อาหารเสริม

แบรนด์เครื่องแต่งหน้า แบรนด์ครีมที่มีเอกลักษณ์ สามารถจำได้ง่าย เป็นที่รู้จักนั้น ก็สำคัญไม่น้อยกว่าประสิทธิภาพของตัวผลิตภัณฑ์ เพราะหากว่าตัวสินค้ามีคุณภาพ แต่ว่าไม่มีความเด่นให้น่าจำเลย ก็ไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของแบรนด์ได้ เพราะฉะนั้นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์ก็เลยเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ โลโก้ หรือแม้แต่ชื่อผลิตภัณฑ์ แต่ว่ายอมรับการว่าผู้ใช้มักจะมองชื่อผลิตภัณฑ์เป็นลำดับต้นๆหากเจ้าของแบรนด์ตั้งชื่อสินค้าให้เป็นที่พึงพอใจได้ก็จะสามารถสร้างการเขียนจำในตัวผลิตภัณฑ์

โดยในวันนี้ทางโควิกได้มีเทคนิคการตั้งชื่อแบรนด์ให้ปังมาฝากกัน โดยมีดังต่อแต่นี้ไปยึดกฎสากล 6 ตัวหนังสือ 3 พยางค์เป็นกฎในต่างชาติที่ไว้ตั้งชื่อภาษาอังกฤษ ซึ่งจำเป็นต้องไม่เกิน 6 ตัวอักษรและก็ออกเสียงไม่เกิน 3 พยางค์ จุดหมายเพื่อชื่อกระชับ ออกเสียงง่าย จำง่าย จำเป็นต้องชินปากคนสามัญ ได้แก่แบรนด์ดังๆอย่าง Nike, Dior ส่วนชื่อที่เป็นภาษาไทยก็น่าจะคำนึงถึงความกระชับ ดังเช่น Xerox, มาม่าหรือแฟ้บ ก็สามารถติดปากจนถึงเป็นชื่อเรียกแทนสินค้าได้เลย แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีแบรนด์เกิดมาเยอะแยะ ทำให้การทำสิ่งที่แตกต่างเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเราเด่น ได้แก่ โชกุบุสสึ โมโนกาตาริ

ด้วยเหตุนั้นพวกเราบางครั้งก็อาจจะไม่ต้องซีเรียสกับปริมาณตัวอักษรรวมทั้งพยางค์มากสักเท่าไรนัก แต่นึกถึงความเหมาะสมดีมากยิ่งกว่าเรียบง่ายเข้าไว้การตั้งชื่อแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ พวกเราควรจะตั้งชื่อที่ง่ายๆสามารถเข้าถึงได้ง่าย จำได้ง่ายอาทิเช่นจะขายครีมผิวขาว บางครั้งอาจจะตั้งชื่อว่า White Shadow ซึ่งจะง่ายดายยิ่งกว่าชื่อแบบ International Beauty Cream by ABC หรือการตั้งชื่อแบรนด์ครีมที่เอาไว้สำหรับกันแสงแดด ควรตั้งชื่อแบรนด์ อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ครีม  ให้สื่อความหมายของโลชั่นที่เอาไว้ป้องกันแดด หรือจนถึง KFC ก็เป็นการย่อชื่อจากชื่อเก่า Kentucky Fried Chicken การตั้งชื่อที่สะกดยาก

ออกเสียงยากนั้นควรเลี่ยงเนื่องจากว่าจะทำให้แบรนด์ไม่น่าจำผิดแผกแตกต่างเด่นกว่าชื่อดีสำหรับในการตั้งชื่อแบรนด์นั้นมีเยอะมาก แม้กระนั้นการจะตั้งชื่อจำเป็นต้องมองคู่ปรับด้วยเพื่อความโดดเด่นแล้วก็ผิดแผก ซึ่งหากว่าชื่อเช่นเดียวกันเกินไปก็บางครั้งก็อาจจะถูกเปรียบเทียบ หรือโดนใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นแบรนด์ล้อเลียนได้ หากแม้เราจะโต้แย้งว่าไม่ได้เลียนแบบ ก็อาจมีส่วนน้อยที่เชื่อ หรือการใช้ชื่อที่มันมองโหลๆที่คนโดยมากใช้กันตัวอย่างเช่น ครีมของเอ ครีมน้องบี จะก่อให้กำเนิดความสับสนว่าสนค้าไหนเป็นของพวกเรากันแน่รวมทั้งจะมีผลให้คนซื้อจำแบรนด์ของพวกเรามิได้ท้ายที่สุด

museoriver

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *